เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีและบาร์โค้ด
ในปัจจุบันมีการกล่าวกันอย่างแพร่หลายว่า เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีจะมาแทนที่บาร์โค้ดในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากว่า เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีมีจุดดีกว่าบาร์โค้ดอยู่หลายประการ แต่อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีบาร์โค้ดก็มีจุดดีอยู่มากมายที่อาร์เอฟไอดีไม่สามารถที่จะทำได้ ดังนั้นความคิดว่าอาร์เอฟไอดีจะมาแทนที่บาร์โค้ด จึงเป็นไปได้ยาก บทนี้จะอธิบายให้เห็นถึงจุดดีและจุดเสียของเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี และบาร์โค้ด เพื่อชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยีทั้งสองต่างมีจุดดีของตนเอง และความเหมาะสมในการใช้งานแต่ละประเภท แตกต่างกัน
เทคโนโลยีบาร์โค้ด
บาร์โค้ดคือ การพิมพ์สัญลักษณ์เพื่อแสดงถึงข้อความต่าง ๆ โดยปกติการพิมพ์จะพิมพ์สัญลักษณ์เป็นเส้นตรง สี่เหลี่ยมจตุรัส หรือจุด โดยระยะห่างของแต่ละจุดจะมีความหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง เทคนิคในการแปลสัญลักษณ์เหล่านี้เป็นข้อความต่าง ๆ เรียกว่า Symbology ซึ่งจะมีลักษณะหลัก ๆ ดังต่อไปนี้
· การถอดรหัส เทคนิคที่ดีจำเป็นอย่างยิ่งต้องสามารถถอดรหัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มีข้อผิดพลาดในการถอดรหัส
· ความเข้มของตัวอักษร ถ้าตัวอักษรแต่ละตัวมีความเข้มมาก ก็สามารถที่จะแสดงถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้มากขึ้นตามไปด้วย
· ความสามารถในการตรวจสอบข้อผิดพลาด ระบบ Symbology ที่ดีจะต้องสามารถที่จะตรวจสอบความถูกต้อง เพื่อเป็นการยืนยันว่า ข้อมูลที่อ่านขึ้นมานั้นมีความถูกต้องแม่นยำ
o กระบวนการอ่านบาร์โค้ด
อุปกรณ์ที่ใช้ในการอ่านบาร์โค้ดเรียกว่า เครื่องอ่านบาร์โค้ด (Bar Code Scanner) เครื่องอ่านบาร์โค้ดอาศัยคลื่นแสงโดยการส่งคลื่นแสงไปยังแถบบาร์โค้ด ในระหว่างการอ่านแถบบาร์โค้ด คลื่นแสงไม่สามารถที่จะเคลื่อนย้ายออกจากแถบบาร์โค้ดได้ ดังนั้นเมื่อมีการเพิ่มความยาวของบาร์โค้ด ขนาดความสูงของเครื่องอ่านบาร์โค้ดก็จำเป็นต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพื่อที่จะให้คลื่นแสงสามารถที่จะครอบคลุมแถบบาร์โค้ดทั้งหมดได้
ระหว่างการอ่าน เครื่องอ่านจะทำการวัดลำแสงที่สะท้อนกลับมาจากแถบสีดำ และบริเวณสีขาวของแถบบาร์โค้ด โดยที่แถบสีดำจะดูดซับคลื่นแสง ในขณะที่บริเวณสีขาวจะทำการสะท้อนคลื่นแสง อุปกรณ์อิเลกทรอนิคที่เรียกว่า Photodiode หรือ Photocell จะทำการแปลงคลื่นแสงที่ได้รับเป็นคลื่นไฟฟ้า หลังจากนั้นก็จะทำการแปลงคลื่นไฟฟ้าเป็นข้อมูล Digital ข้อมูลที่ได้รับจะเป็นรูปรหัส ASCII
o เครื่องอ่านบาร์โค้ด
ในปัจจุบันนี้ เครื่องอ่านบาร์โค้ดสามารถแบ่งได้เป็นสี่ประเภท
· เครื่องอ่านบาร์โค้ดแบบปากกา เครื่องอ่านบาร์โค้ดแบบนี้จะมีลักษณะคล้ายปากกโดยมีแสงอยู่ที่ปลาย ในช่วงการอ่านแถบบาร์โค้ดต้องถูกคลื่นแสงส่องตลอดเวลา จุดดีของเครื่องอ่านแบบนี้ คือราคาไม่แพงและมีน้ำหนักเบา แต่จุดเสียของเครื่องอ่านแบบนี้คือ หากแถบบาร์โค้ดติดอยู่บนพื้นผิวที่ไม่เรียบ ทำให้เครื่องอ่านไม่สามารถอ่านได้อย่างถูกต้อง
· เครื่องอ่านบาร์โค้ดแบบเลเซอร์ เครื่องอ่านแบบนี้เป็นเครื่องอ่านที่มีการใช้แพร่หลายมากที่สุด จุดดีของเครื่องอ่านแบบนี้ คือสามารถที่จะอ่านแถบบาร์โค้ดได้ ถึงแม้ว่าจะติดอยู่บนพื้นผิวที่ไม่เรียบ เนื่องจากว่า เครื่องอ่านแบบนี้จะประกอบด้วยลำแสงเลเซอร์จำนวนมาก เลเซอร์แต่ละลำแสงสามารถที่จะอ่านแถบบาร์โค้ดได้ด้วยความเร็ว 40 – 800 ครั้งต่อวินาที ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ลำแสงบาร็โค้ดเพียงลำแสงเดียวเท่านั้น ก็สามารถที่จะอ่านแถบบาร์โค้ดได้ จากการที่เครื่องอ่านแบบนี้สามารถที่จะอ่านแถบบาร์โค้ดได้รวดเร็ว เครื่องอ่านแบบนี้จะนำมาใช้งานกันอย่างแพร่หลายในภาคอุตสาหกรรม เครื่องอ่านแบบนี้สามารถที่จะทำเป็นเครื่องอ่านแบบติดตั้งอยู่กับที่ สำหรับการอ่านวัตถุที่มีการเคลื่อนที่ เช่น บนสายพานลำเลียงสินค้า เป็นต้น ด้วยเครื่องอ่านแบบนี้ ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายวัตถุ ในบางกรณีาเครื่องอ่านบาร์โค้ดแบบนี้สามารถอ่านแถบบาร์โค้ดที่อยู่ในระยะไกลถึง 9เมตรได้
· เครื่องอ่านแบบ CCD เครื่องอ่านบาร์โค้ดแบบนี้ใช้วิธีการจับภาพแถบบาร์โค้ด หลังจากการจับภาพของแถบบาร์โค้ด เครื่องอ่านก็จะทำการปรับภาพดังกล่าว เป็นข้อมูลที่เป็นแบบดิจิตอลเหมือนเช่นบาร์โค้ดแบบเลเซอร์ จุดเสียของเครื่องอ่านบาร์โค้ดแบบนี้ คือ เครื่องอ่านแบบนี้ไม่สามารถอ่านแถบบาร์โค้ดที่มีความยาวมากได้ เนื่องจากข้อจำกัดในการจับภาพ
· เครื่องอ่านแบบกล้อง กล้องขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในเครื่องอ่าน กล้องขนาดเล็กนี้จะทำการจับภาพบาร์โค้ด และทำการประมวลผล แต่เครื่องอ่านแบบนี้จะอ่อนไหวต่อคุณภาพของแถบบาร์โค้ดอย่างมาก เช่น แถบบาร์โค้ดควรจะมีความแตกต่างสีขาวและดำอย่างชัดเจน ห้ามมีจุดดำอื่นใดบนแถบบาร์โค้ด
o ประโยชน์ของเทคโนโลยีบาร์โค้ด
· รวดเร็วและแม่นยำในการเก็บข้อมูล เทคโนโลยีบาร์โค้ดทำให้การเก็บข้อมูลเป็นไปอย่างอัตโนมัติ การอ่านข้อมูลโดยเครื่องอ่านบาร์โค้ดทำให้มีความแม่นยำ จากการศึกษาพบว่า ข้อผิดพลาดมีเพียงหนึ่งในสามล้านครั้ง
- การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ข้อมูลที่ได้รับจากเครื่องอ่านบาร์โค้ดสามารถส่งต่อให้กับระบบการทำงาน เพื่อให้กระบวนการทำงานสามารถดำเนินการได้อย่างอัตโนมัติ เช่นระบบเข้า-ออกสำนักงานของพนักงาน
· ลดค่าใช้จ่ายในการทำงาน การเก็บข้อมูลด้วยเทคโนโลยีบาร์โค้ดทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการเก็บข้อมูล เนื่องจาการเก็บข้อมูลที่ผิดพลาด เป็นต้น
o ข้อจำกัดของเทคโนโลยีบาร์โค้ด
อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีบาร์โค้ดก็มีข้อจำกัดของตนเองอยู่ ข้อจำกัดหลัก ๆ ได้แก่
· เสียหายง่าย แถบบาร์โค้ดเสียหายได้ง่าย เพียงแค่มีรอยเปื้อนสกปรก แถบสี หรือสีจางไปเมื่อถูกแสงแดด หรือความชื้น
· เครื่องอ่านบาร์โค้ดมีข้อจำกัดในการทำงาน เมื่อนำเครื่องอ่านบาร์โค้ดไปใช้งานในสภาพแวดล้อมที่เปียกชื้น คลื่นแสงที่ใช้ในการอ่านจะถูกหักเหง่าย เมื่อแถบบาร์โค้ดมีการเปียกชื้น ด้วยสาเหตุดังกล่าวทำให้การอ่านข้อมูลในแถบบาร์โค้ดผิดพลาดได้
· ขณะการอ่านแถบบาร์โค้ด จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเห็นแถบบาร์โค้ด หากแถบบาร์โค้ดถูกปิดบัง ทำให้ไม่สามารถที่จะอ่านข้อมูลได้
· ความเร็ว เครื่องอ่านบาร์โค้ดไม่สามารถที่จะอ่านแถบบาร์โค้ดที่เคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็ว ดังนั้นหากแถบบาร์โค้ดติดอยู่บนวัตถุที่เคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็ว จะมีผลทำให้ความแม่นยำในการอ่านต่ำลง
o ข้อได้เปรียบของเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีบาร์โค้ด
จากที่มีการกล่าวกันอย่างแพร่หลาย เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีมีความเป็นไปได้ที่จะนำมาใช้แทนบาร์โค้ด จุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้มีการคาดการณ์ว่า เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีจะมาทดแทนบาร์โค้ด สามารถสรุปเป็นประเด็นต่าง ๆ ได้ดังต่อไปนี้
· สามารถอ่านข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ข้อมูลที่บันทึกในอาร์เอฟไอดี Tag สามารถที่จะบันทึกข้อมูลใหม่ลงไปได้ ในขณะที่แถบบาร์โค้ดไม่สามารถที่จะทำการปรับเปลี่ยนข้อมูลได้ โดยปกติแล้วอาร์เอฟไอดี Tag สามารถที่จะบันทึกข้อมูลได้มากถึง 100,000 ครั้ง ซึ่งความสามารถนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมีการใช้ Tag นั้น เพื่อบันทึกข้อมูลบางอย่างที่มิได้บันทึกไว้ในครั้งแรก ตัวอย่างเช่น การนำอาร์เอฟไอดี Tag มาใช้ในส่วนของสายงานผลิต เมื่อสินค้าเคลื่อนย้ายไปทีละขั้นตอนการผลิต ก็จะทำการบันทึกข้อมูลลงในอาร์เอฟไอดี Tag เพื่อที่จะทราบว่า วัตถุหรือสินค้าดังกล่าวผ่านกระบวนการผลิตขั้นใดมาบ้าง เมื่อสิ้นสุดกระบวนการผลิตสามารถที่จะนำ Tag ดังกล่าวมาวิเคราะห์ต่อไปได้ว่า แต่ละขั้นตอนการผลิตใช้เวลามากน้อยเพียงใด และขั้นตอนใดที่ใช้เวลามากเกินไป หรือเป็นการยืนยันว่า วัตถุดังกล่าวผ่านมาทุกกระบวนการผลิตหรือไม่
· การอ่านโดยไม่จำเป็นต้องมองเห็น โดยทั่วไปแล้วอาร์เอฟไอดีTag ไม่จำเป็นต้องมองเห็นก็สามารถที่จะส่งข้อมูล ซึ่งแตกต่างจากบาร์โค้ดอย่างชัดเจน ที่จำเป็นต้องมองเห็นเท่านั้นเพื่อทำให้สามารถส่งข้อมูลได้ ตัวอย่างเช่น หากอาร์เอฟไอดี Tag ติดอยู่กับสินค้าที่บรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่มิได้ดูดซับ หรือสะท้อนคลื่นวิทยุ เครื่องอ่านก็สามารถที่จะอ่านข้อมูลจาก Tagนั้นได้ โดยมิจำเป็นต้องมองเห็น Tag แต่อย่างไรก็ตาม ในบางสถานการณ์คุณลักษณะนี้ก็ไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ หากมีการนำอาร์เอฟไอดี Tag ไปติดอยู่บนวัสดุที่ดูดซับ หรือสะท้อนคลื่นวิทยุ เช่น โลหะ เป็นต้น
· ระยะการอ่านที่ไกล โดยปกติแล้วเครื่องอ่านอาร์เอฟไอดีสามารถที่จะอ่านข้อมูลจากอาร์เอฟไอดี tag ได้ในระยะที่ไกลกว่า เครื่องอ่านบาร์โค้ด ตัวอย่างเช่น เครื่องอ่านอาร์เอฟไอดีคลื่นความถี่ UHF จะสามารถอ่านอาร์เอฟไอดี Tag ได้ไกลถึง 4-5เมตรในสภาพแวดล้อมปกติ หากพูดถึงอาร์เอฟไอดีแบบ Active ระยะการอ่านก็จะไกลยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งในบางกรณีสามารถอ่านได้ไกลถึง 30 เมตร แต่เทคโนโลยีบาร์โค้ดนั้น จะอ่านข้อมูลโดยคลื่นแสง ดังนั้นระยะการอ่านจึงจำกัดอยู่ในระยะที่คลื่นแสงไปถึง ซึ่งโดยส่วนมากจะไม่เกิน 9เมตร
· ความสามารถในการบันทึกมีมากกว่าบาร์โค้ด อาร์เอฟไอดี Tag สามารถบันทึกข้อมูลได้มากกว่าบาร์โค้ด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Active Tag สามารถที่จะบรรจุข้อมูลได้มากกว่าบาร์โค้ดหลายเท่าตัว
· ความสามารถในการอ่านข้อมูลจากอาร์เอฟไอดี Tag หลาย Tag พร้อมกัน เครื่องอ่านอาร์เอฟไอดีสามารถอ่านข้อมูลจาก Tag มากกว่าหนึ่ง Tag ในขณะเดียวกัน ซึ่งความสามารถนี้เรียกว่า Anti-Collisionซึ่งความสามารถนี้บาร์โค้ดไม่สามารถที่จะทำได้
· ความคงทนมากกว่า โดยปกติแล้ว อาร์เอฟไอดี Tag จะทนทานมากกว่าบาร์โค้ด อาร์เอฟไอดี Tag สามารถทำงานได้ในสภาพที่เปียกชื้น หรือการทำงานที่มีการเคลื่อนไหวอยู่เสมอ ในสภาพการทำงานลักษณะนี้ บาร์โค้ดไม่สามารถที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และบาร์โค้ดก็มีโอกาสที่จะเสียหายง่าย เช่นการนำไปใช้งานในสภาพเปียกชื้น เป็นต้น
· อาร์เอฟไอดี Tag สามารถนำมาใช้งานในลักษณะที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งการใช้งานลักษณะนี้มิใช่เพียงแค่การเก็บข้อมูล แต่อาร์เอฟไอดี Tag ยังสามารถบันทึกข้อมูลลงไปได้อีกด้วย ซึ่งการทำงานในลักษณะนี้บาร์โค้ดไม่สามารถที่จะทำได้ ตัวอย่างเช่นการใช้งานของ Active Tag ที่ต้องมีการบันทึกหมายเลขเอกสารในขนส่ง เพื่อให้ระบบการทำงานเป็นไร้เอกสาร ในส่วนนี้บาร์โค้ดจะทำไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะบาร์โค้ดทำหน้าที่ในการบันทึกข้อมูลที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
จากข้อดีที่กล่าวมาข้างต้น มีการนำเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีในกิจกรรมหลายส่วน เมื่อมีการเปรียบเทียบการทำงานของเทคโนโลยีบาร์โค้ด จะเห็นว่า การนำเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีสะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์หลายประการ ดังเช่นตารางด้านล่าง จากผลการศึกษาของ FKI Logistex

ข้อดีของบาร์โค้ดเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี
ถึงแม้ว่า เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีจะมีจุดเด่นมากกว่าบาร์โค้ดในหลายประการ แต่เทคโนโลยีบาร์โค้ดก็มีจุดเด่นเป็นของตนเอง จุดเด่นของเทคโนโลยีบาร์โค้ด สามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้
· ราคาถูก เป็นที่ทราบกันดีว่า ราคาของบาร์โค้ดถูกกว่าอาร์เอฟไอดี Tag มาก นอกเหนือจากราคา Tagแล้ว ราคาเครื่องอ่านบาร์โค้ดก็ถูกกว่าเครื่องอ่านอาร์เอฟไอดี
· ในบางกรณีความสามารถในการอ่านของบาร์โค้ดก็มีความใกล้เคียงกับอาร์เอฟไอดี ในการใช้งานบางครั้งบาร์โค้ดสามารถให้ความแม่นยำได้ถึง 90 – 98% จากความแม่นยำในระดับนี้ ทำให้เกิดความคุ้มทุนค่อนยาก เนื่องจากหากเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีไม่สามารถให้ความแม่นยำได้มากขึ้นอีก 10%ความคุ้มทุนก็จะไม่เกิดขึ้นได้
· ไม่มีผลต่อวัสดุที่ใช้งาน บาร์โค้ดใช้งานได้กับวัสดุเกือบทุกชนิด ซึ่งต่างจากอาร์เอฟไอดีที่ไม่สามารถใช้งานได้ในวัสดุบางประเภท
· ไม่มีข้อจำกัดทางด้านกฏหมาย บาร์โค้ดทำงานโดยการใช้คลื่นแสง ซึ่งไม่มีข้อจำกัดทางด้านกฏหมาย ต่างจากเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีที่ใช้คลื่นวิทยุ การใช้คลื่นวิทยุในแต่ละประเทศยังมีข้อจำกัดทางด้านกฏหมายที่จำเป็นต้องคำนึงถึงอยู่อย่างมาก คลื่นความถี่ที่ใช้ได้ในประเทศหนึ่ง อาจไม่สามารถที่จะใช้งานได้ในบางประเทศก็เป็นไปได้ แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันก็มีความพยายามในหลายประเทศที่จะทำให้การใช้คลื่นวิทยุเพื่อวัตถุประสงค์ด้านอาร์เอฟไอดีมีความเป็นมาตรฐานมากขึ้น
· บาร์โค้ดเป็นเทคโนโลยีที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย บาร์โค้ดมีการใช้งานมาอย่างน้อย 30ปี ในขณะที่เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดียังอยู่ในจุดเริ่มต้น
ความเป็นไปได้ที่อาร์เอฟไอดีจะทดแทนบาร์โค้ด
จากที่มีการกล่าวจุดดี และข้อจำกัดของเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี และบาร์โค้ด ทำให้โอกาสที่จะนำเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีจะมาทดแทนบาร์โค้ดนั้นเป็นไปได้ยากมาก สาเหตุหลักที่ทำให้การทดแทนนี้ไม่สามารถที่จะเป็นไปได้ ได้แก่
· หากจะมีการนำอาร์เอฟไอดีมาแทนบาร์โค้ดได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่อาร์เอฟไอดีต้องสามารถใช้งานได้กับวัสดุทุกประเภทเหมือนกับที่บาร์โค้ดทำได้ การที่จะทำให้อาร์เอฟไอดีใช้งานได้กับวัสดุทุกประเภทนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะมีต้องมีความเป็นไปได้ในแง่เศรษฐกิจ และในแง่สังคม
· มีการคาดการณ์ว่า หากจะทำให้อาร์เอฟไอดีสามารถทดแทนบาร์โค้ดได้จำเป็นอย่างยิ่งที่ราคาของ Tag ต้องต่ำกว่า 2บาท หรือต่ำกว่านั้น นอกเหนือจากราคา Tagแล้วราคาของเครื่องอ่านก็ต้องถูกลงด้วย แต่อย่างไรก็ตามการที่จะทำให้ราคา tag ถูกลง ด้วยกระบวนการผลิตในปัจจุบันคงเป็นไปได้ยาก กระบวนการผลิตต้องมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ หรือจำเป็นต้องตัดกระบวนการผลิตออกบางขั้นตอน มีการคาดการณ์ว่า การที่จะทำให้ Tagราคาถูกได้ในระดับที่ต้องการ อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 5ถึง 10ปีข้างหน้า
· การกำหนดมาตรฐานการใช้คลื่นวิทยุเพื่อเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี จากที่ทราบกันว่า อาร์เอฟไอดีใช้คลื่นวิทยุในการทำงาน ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ทุกประเทศมีมาตรฐานการใช้คลื่นวิทยุเพื่อเทคโนโลยีเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลื่นความถี่ในช่วง UHF ซึ่งแต่ละประเทศมีการใช้งานที่ในช่วงคลื่นที่แตกต่างกัน
สรุป
จากข้อจำกัดและข้อได้เปรียบของเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี และเทคโนโลยีบาร์โค้ด จะเห็นว่า ในระยะแรกการนำเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีมาใช้จะเป็นใสรูปแบบ Dual Technology กล่าวคือ เป็นการนำสองเทคโนโลยีคือบาร์โค้ด และอาร์เอฟไอดีมาใช้ควบคู่กัน ตามการศึกษาตารางด้านล่าง จะเห็นว่า ในช่วงแรกที่ทำการทดสอบ และความคุ้มทุนยังคงใช้เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อนำเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีมาสู่ปฏิบัติจริง จะเป็นการใช้สองเทคโนโลยี แต่เมื่อเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีไปสู่การใช้จริง ในช่วงแรกยังเป็นการใช้สองเทคโนโลยีควบคู่กันไป จนเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีมีการพัฒนาในด้านต่าง ๆ




