Posts

การเลือกอาร์เอฟไอดีแท๊ก (RFID TAG SELECTION)

  1. คลื่นความถี่   ระบบอาร์เอฟไอดีทำงานด้วยคลื่นวิทยุ  ที่ใช้ในการสื่อสารกันระหว่างเครื่องอ่านและอาร์เอฟไอดีแท๊ก   เครื่องอ่านเปรียบเสมือนสถานีวิทยุที่ทำการส่งคลื่นความถี่วิทยุออกมา  ในขณะที่เครื่องวิทยุของเราก็เหมือนอาร์เอฟไอดีแท๊ก   การที่จะทำให้สถานีวิทยุสามารถสื่อสารกับวิทยุของเราได้  ก็จำเป็นต้องมีคลื่นความถี่เดียวกัน  ในกรณีของอาร์เอฟไอดีก็เช่นเดียวกัน   จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทราบว่าเครื่องอ่านใช้คลื่นความถี่อะไร   เพื่อที่จะได้เลือกอาร์เอฟไอดีแท๊กที่อยู่ในความถี่เดียวกัน   ในปัจจุบันคลื่นวิทยุที่ใช้ในระบบอาร์เอฟไอดี  จะมีสามคลื่นความถี่ประกอบด้วย
    1. Low Frequency (LF) อยู่ในช่วง 30-300 kHz
    1. High Frequency (HF) อยู่ในช่วง 3-30 MHz
    1. Ultra High Frequency (UHF) อยู่ในช่วง 300-3000 MHz

คลื่นความถี่ของเครื่องอ่านจะเป็นตัวกำหนดอาร์เอฟไอดีแท๊กที่จะเลือกใช้  ตัวอย่างเช่น  ในกรณีที่ผู้ผลิตจะต้องติดอาร์เอฟไอดีแท๊กสำหรับสินค้าของตนที่ส่งออกไปที่ Walmart  อาร์เอฟไอดีแท๊ก (RFID Tag) ที่ต้องใช้  คือ อาร์เอฟไอดีแท๊ก (RFID Tag)  ที่ทำงานในช่วงคลื่น UHF ระหว่าง 902-928 MHz เพราะเครื่องอ่านใช้งานในช่วงคลื่นความถี่ดังกล่าว

นอกเหนือจากคลื่นความถี่  อีกปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงคือมาตรฐานในการส่งข้อมูล (Air Interface Protocol) ระหว่างอาร์เอฟไอดีแท๊ก (RFID Tag) และเครื่องอ่าน  ในกรณีของการทำงานในคลื่น UHF มาตรฐานกลางที่ใช้ได้แก่  EPC C1G2  เป็นต้น  เพื่อให้เครื่องอ่านและอาร์เอฟไอดีแท๊ก (RFID Tag)  สามารถสื่อสารกันได้  จำเป็นต้องมีมาตรฐานดังกล่าวเป็นมาตรฐานเดียวกัน  หรือกรณีอาร์เอฟไอดีในช่วงคลื่นความถี่ 13.56 Mhz.  ประกอบมาตรฐาน ISO14443A,  ISO14443B, ISO14443C และ ISO15693 เป็นต้น  จำเป็นอย่างยิ่งต้องเลือกอาร์เอฟไอดี แท๊กที่ตรงกันมาตรฐานที่ใช้งานอยู่  

  • ระยะการอ่าน   ระยะการอ่านหมายถึง  ระยะทางระหว่างเครื่องอ่านอาร์เอฟไอดี  และอาร์เอฟไอดีแท๊ก (RFID Tag) สามารถที่จะสื่อสารกันได้ ปัจจัยดังกล่าวมีผลอย่างมากต่อระบบอาร์เอฟไอดีที่ทำงานในคลื่นความถี่ UHF เนื่องจากการสื่อสารระหว่างเครื่องอ่านอาร์เอฟไอดีและอาร์เอฟไอดีแท๊ก (RFID Tag) ในคลื่นดังกล่าวมีระยะการอ่านที่หลากหลายมาก  ตั้งแต่ระยะการ 1-2 ซม  จนถึง 5-6 เมตร  ซึ่งอาร์เอฟไอดี แท๊ก (RFID Tag) แต่ละประเภทจะส่งผลการอ่านไม่เท่ากัน   ถึงแม้ว่าจะทำงานในคลื่นความถี่เดียวกัน  และในมาตรฐานเดียวกันก็ตาม  เพราะว่าความสามารถหรือระยะในการอ่านเกิดจากรูปแบบเสาอากาศที่อยู่ในอาร์เอฟไอดีแท๊ก (RFID Tag)  ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเลือกอาร์เอฟไอดีแท๊กที่สามารถสื่อสารกับเครื่องอ่านได้ในระยะที่ระบบต้องการ      
  • สภาพแวดล้อมที่ติดอาร์เอฟไอดีแท๊ก พื้นผิววัสดุที่ติดอาร์เอฟไอดีแท๊กมีผลอย่างมากต่อการทำงานของอาร์เอฟไอดีแท๊ก  องค์ประกอบที่จะต้องคำนึงถึงประกอบด้วยลักษณะการใช้งานของอาร์เอฟไอดีแท๊ก (RFID Tag)  หากการใช้งานเป็นลักษณะกลางแจ้ง  อาร์เอฟไอดีแท๊กที่เลือกควรได้รับการออกแบบให้สามารถทนทานต่อการใช้งานกลางแจ้ง  อาร์เอฟไอดีสติกเกอร์อาจจะไม่สามารถทำงานในสภาพดังกล่าวได้นอกจากนั้นจำเป็นต้องคำนึงถึงอุณหภูมิในการทำงานในบางกรณีต้องผ่านความร้อนสูง  ดังนั้นควรจะเลือกอาร์เอฟไอดีแท๊กที่สามารถทำงานในอุณหภูมิความร้อนสูงได้  มิฉะนั้นแล้วความร้อนอาจทำให้ IC ชิป หรือเสาอากาศของอาร์เอฟไอดีแท๊กเสียหายได้   ในท้ายที่สุดคือสภาพแวดล้อมที่ใช้งานรบกวนต้องการส่งคลื่นวิทยุหรือไม่  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง และสภาพแวดล้อมที่เป็นโลหะ  ทั้งความชื้นและโลหะมีผลการต่อส่งคลื่นวิทยุ  โดยความชื้นจะทำการดูดซึบคลื่นวิทยุ  ในขณะที่โลหะจะหักเหคลื่นวิทยุ  ดังนั้นควรจะเลือกอาร์เอฟไอดีแท๊กที่สามาถทำงานบนสภาพดังกล่าวได้  ในกรณีที่นำอาร์เอฟไอดีแท๊กไปติดบนกล่องพลาสติก อาร์เอฟไอดีแท๊กธรรมดาที่เป็นสติกเกอร์สามารถใช้งานได้  ในทางตรงกันข้ามหากการใช้อาร์เอฟไอดีแท๊ก (RFID Tag) บนสภาพแวดล้อมที่เป็นโลหะ อาร์เอฟไอดีแท๊กแบบสติกเกอร์ก็ไม่สามารถที่จะทำงานได้  ในกรณีดังกล่าวจึงจำเป็นต้องอาร์เอฟไอดีแท๊กที่ได้รับออกแบบเป็นพิเศษที่สามารถติดบนโลหะและทำงานได้เป็นต้น
  • ข้อมูลจากอาร์เอฟไอดีแท๊ก (RFID Tag)  ตามที่ทราบอาร์เอฟไอดีแท๊กจะเป็นส่วนที่ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบโดยผ่านเครื่องอ่านอาร์เอฟไอดี  โดยข้อมูลที่กล่าวถึงนี้ประกอบด้วยข้อมูลที่บันทึกเข้าไปใน IC ชิปของอาร์เอฟไอดีแท๊ก และข้อมูลที่จำเป็นต้องมองเห็น เนื่องจากข้อมูลที่อาร์เอฟไอดีแท๊ก (RFID Tag) ส่งให้เครื่องอ่านจะเป็นข้อมูลที่บันทึกใน IC ชิป  ดังนั้นอาร์เอฟไอดีแท๊กที่เลือกจำเป็นต้องมีขนาดความจำใน IC ชิปที่เพียงพอต่อความต้องการของระบบ  การใช้งานในบางกรณีผู้ใช้งานต้องการให้บันทึกข้อมูลเป็นที่เป็นรหัสสากลต่าง ๆ  เช่น  Serialized Global Trade Item Number (SGTIN) หรือ  EPC Global Standard เป็นต้น  ในการบันทึกรหัสดังกล่าว  หน่วยความจำในอาร์เอฟไอดีแท๊ก (RFID Tag)  96 bits ก็น่าจะเพียงพอ  อย่างไรก็ตามในบางอุตสาหกรรมเช่นอุตสาหกรรมการบิน  จำเป็นต้องมีบันทึกข้อมูลมากขึ้น  ดังนั้นอาร์เอฟไอดีแท๊ก (RFID Tag) ที่เลือกใช้ก็ต้องมีหน่วยความจำมากขึ้นตามไปด้วย

นอกจากข้อมูลที่บันทึกลงไปในอาร์เอฟไอดีแท๊กแล้ว  การเลือกใช้อาร์เอฟไอดีแท๊ก (RFID Tag)  จำเป็นต้องคำนึงข้อมูลที่ผู้ใช้งานต้องการมองเห็นด้วย  เช่น  บาร์โค้ด  ในกรณีที่การใช้งานเป็นการใช้ร่วมกันระหว่างเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี  และเทคโนโลยีบาร์โค้ด  อาร์เอฟไอดีแท๊ก (RFID Tag)  ที่เลือกจำเป็นต้องรองรับทั้งสองเทคโนโลยี  อาร์เอฟไอดีแท๊กที่เลือกจำเป็นต้องสามารถพิมพ์รหัสบาร์โค้ดด้วย  โดยปกติแล้วอาร์เอฟไอดีแท๊กที่เป็นสติกเกอร์จะรองรับการพิมพ์อยู่แล้ว  ผู้ใช้งานสามารถที่จะพิมพ์รหัสบาร์โค้ดไปบนอาร์เอฟไอดีสติกเกอร์ได้  ด้วยเครื่องพิมพ์สติกเกอร์  แต่ถ้าเป็นอาร์เอฟไอดีแท๊กรูปแบบอื่น เช่น RFID Hard Tag เป็นต้น  อาร์เอฟไอดีแท๊กลักษณะนี้ไม่สามารถที่จะพิมพ์ ด้วยเครื่องพิมพ์ได้  อาจจะต้องใช้เทคโนโลยี อื่นในการพิมพ์บาร์โค้ด  เช่นการยิงเลเซอร์ เป็นต้น 

  • ขนาดของอาร์เอฟไอดีแท๊ก (RFID Tag)  พื้นที่ที่อาร์เอฟไอดีแท๊กจะติดเป็นอีกปัจจัยที่จะต้องคำนึงถึง  ตัวอย่างเช่นหากนำอาร์เอฟไอดีแท๊กไปติดบนรถขนสินค้า ก็จะไม่มีข้อจำกัดเรื่องขนาดของอาร์เอฟไอดีแท๊ก (RFID Tag)  อาร์เอฟไอดีจะมีขนาดเท่าใดก็ได้  เพียงแค่ทำงานได้ตามที่ระบบต้องการ  ในทางตรงกันข้ามหากนำอาร์เอฟไอดีแท๊ก (RFID Tag)  ไปติดบนอุปกรณ์การแพทย์  หรือเครื่องมือช่างต่าง ๆ  ขนาดของอาร์เอฟไอดีแท๊กก็จำเป็นต้องมีขนาดเล็ก  เพราะอุปกรณ์เหล่ามีพื้นที่จำกัด  อย่างไรก็ตามอาร์เอฟไอดีแท๊กที่มีขนาดเล็กลง  ก็จะมีผลทำให้ระยะการอ่านสั้นลงไปด้วย 

สรุป  ในปัจจุบันอาร์เอฟไอดีแท๊กมีค่อนข้างหลากหลายประเภท  ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกอาร์เอฟไอดีแท๊กที่เหมาะสมการลักษณะการทำงาน เพื่อให้ระบบอาร์เอฟไอดีที่ใช้งานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

NFC Network RFID Reader

Description  

This network reader a cost effective alternative to traditional access control solutions. The fast Ethernet interface (10BASE-T / 100BASE-TX) allows an easy integration into IP-based network infrastructures with CAT-5 cables.   It combines the functions of an intelligent controller with Ethernet interface and a RFID smart card reader in one compact device.  This reader supports passive transponder according to ISO / IEC 14443 type A and type B, ISO / IEC 15693 and communicates with NFC devices (ISO / IEC 18092).

Key Technica Data

  • Dimensions: 84 mm x 84 mm x 22 mm  
  • Housing: Plastic ASA / Front panel: acrylic glass
  • Weight approx. 150 g
  • Interface: TCP/IP
  • Protection class: IP 54
  • RF Transmitting power 250 mW ± 2 dB
  • Supply voltage Power over Ethernet (PoE), IEEE802.3af; alternative: ext. power supply 24V up to 48 V DC ± 10%
  • Current consumption maximum 2.6 W (IEEE802.3af  Powered Devices Class: 1)
  • Operating frequency 13.56 MHz
  • Supported transponders: ISO 14443-A, ISO 14443-B, ISO 15693, and NFC tags  
    • Mifare® classic (mini,1k,4k), Mifare® UltraLight, Mifare® DESfire, Smart MX, my-dTM proximity, my-dTM move
    • I-CODE SLI, my-dTM vicinity, STM LRI512, Tag-it HFI, etc.
    • NFC Type 1, 2 and 4
  • Reading / Writing distance typical: 3 up to 5 cm
  • Operating temperature:  –20 °C up to +55 °C
  • Storage temperature: –40 °C up to +85 °C
  • Relative air humidity: 95 % (non condensing)
  • Standard conformity:
    • Radio license: Europe EN 300 330   USA FCC 47 CFR Part 15   Canada IC RSS-GEN, RSS-210, RSS-212 EMC EN 300 489
    • Safety   Low voltage EN 60950  
    • Human Exposure EN 50364 Environment RoHS-2002/95/EC  WEEE-2002/96/EC
NFC Network Reader

Sony USB NFC Reader

Description  

The RC-S380/s product is capable of communicating with the devices that comform to the NFC forum specifications and with various contactless IC cards, including FeliCaTM and ISO/IEC 14443 A/B.  The reader is compatible with Window Embedded standard7 SP1, Window Embedded POS Ready and Window Embedded 8.1

Key Technica Data

  • Dimensions: 60 mm x 11 mm x 100 mm  
  • Weight approx. 36 g
  • Interface: USB
  • Operating frequency 13.56 MHz
  • Supply voltage: DC 5V Max, 200 mA during operation
  • Supported transponders: ISO 14443-A, ISO 14443-B, ISO 18092  
    • FeliCa standard, FeliCa Lite, FeliCa Lite-S, FeliCa Link, FeliCa Plug (NFC Dynamic Tag), Mobile FeliCa IC mobile phone
    •  Mifare Classic, Mifare Ultralight/Ultralight C, Mifare DESFire/DESFire eV1, Mifare Plus, SmartMX
    • Jewel/Topaz
  • Reading / Writing distance typical: 5 mm
  • Operating temperature:  5 °C up to 35 °C
  • Storage temperature: –20 °C up to +60 °C
  • Standard conformity:
    • Japan: AC-12005
    • USA: FCC ID: AK8RRCS380
    • Canada: IC Certification No: 409B-RCS380
    • Europe: CE R&TTE (1999/5/EC)
Sony NFC Reader

Directional RFID Reader

Description  

The UHF Directional Reader includes the RFID antenna and the reader in a single housing, producing high-level read performances, along with 3-D detection.  It has the ability to identify the direction and location that a specific RFID tag is moving.  For example, a person wearing a RFID badge walk down the hall and the device can quickly and easily determine the direction a tagged asset and associate it with a person and the last known location and direction the object is moving.  This UHF Directional Reader can now track people and assets in real time, making it ideal for industrial settings where logistical tracking is required.  It can be mounted at a company’s dock doors to can identify the direction in which a tagged box or pallet is moving

With excellent RFID and 3-D read rates, the new UHF Directional Reader Solution offers a cost-effective solution, making it ideal for the healthcare industry, pharmaceutical inventory tracking, event management, logistics, and access control.

Key Technica Data

  • Dimensions:  506 mm x 275 mm x 103 mm
  • Weight : 7 kg 
  • Computer Interface:
    • RJ45 (10/100 Base-T Ethernet)
    • USB
    • GPIO interface: 8 pin terminal block
  • Operating frequency: 920-925  MHz
  • Supported transponders: EPCglobal UHF Class 1 Gen 2 / ISO 18000-6C
  • External DC Power:  24 VDC,
  • Operating temperature: 0 °C to 50 °C
  • Storage temperature: -25 °C to 70 °C  

Case: RFID Automate Inbound & Outbound Operation

CHALLENGE

It is normal practice to count individual inbound and outbound products in logistics operation.  However, the counting process is time consuming and has high potential for error because of manual operation.  In order to increase the efficiency in this process, Identify has developed a solution to automate inbound and outbound activities.

SOLUTION

The RFID readers are installed at the inbound and outbound stations.  Before moving the product out or into the warehouse, the staff just downloads the deliver document into our software.  When the products which are embedded with RFID tag pass the RFID reader, the readers will automatically scan the RFID tag in the products and send their information into our system.  Our system will compare the physical products against those in the document.  Any discrepancies will be highlighted before the products are delivered to end user to avoid any mistakes on product delivery.  This can reduce the request for order rectification from some clients.  In addition, our system will update product status either RECEIVING or DISPATCHING into the system without human intervention.

RESULTS

  • Eliminate human operation on scanning product inbound and outbound operation.
  • Reduce work force on data entry because information is automatically recorded into the system
  • Reduce operation time

Case: HOME PRO PLC. Phase III

CHALLENGE: AUTOMATE INTERNAL LOGISTICS

Home Pro PLC has expanded its distribution center facility to have additional entrance/exit and weight station.  In order to cope with this expansion, Home Pro has also extended the usage of our RFID Fleet Visibility to cover for its new entrance and weight station.

SOLUTION

Since Home Pro PLC is currently using our RFID Fleet Visibility solution.  All of his trucks and trailer have embedded with RFID tags so the investment of this expansion is the additional RFID readers only including one 4 port RFID reader for gate entrance/exit and one integrated antenna RFID reader for weight scale.  In terms of software, Home Pro staff simply added these readers into our software without any software modification because our software is designed to support any expansion.

RESULTS

  • Reduce time in implementation
  • Reduce investment on RFID tag.  Because our software supports any expansion.

OTHERS

RFID IMPLEMENTATION

RFID is recognized as an innovation that can change the way of managing business and supply chain and it has gained the attention from many organizations.  It is widely believed that RFID can contribute plenty of benefits.  In order to fully gain the benefits of RFID, it is essential for the organizations to pay attention to RFID implementation.    

Besides the established RFID solutions that we have offered, Identify also offers RFID consulting service for RFID projects in other areas.  We always realize that the effective RFID deployment is important in order to capture the benefits of RFID technology.  For any RFID implementations, we always follow the below framework. 

RFID MOLD MANAGEMENT

Description

Mold management is a challenging task, particularly in jewelry industry.  Each mold has limited life time by calculating from the frequency of usage.  Using the mold beyond its lifetime can easily damage the final product which is jewelry.  However, there is no data capture technology to effectively identify the mold and count it.  Bar label cannot be used because it will be easily damaged and need manual scan.  Our RFID Mold Management solution developed to fix this drawback.

How it works

Identify has developed a RFID Mold Management solution for this purpose.  RFID tag is embedded in each mold.  RFID readers are installed in the mold store room and individual working station.  Before taking the mold to the production, each mold is read by the reader at the store room.   At this stage, Identify software will associate the usage of each mold to the production order.  The RFID reader at the working station will count the number of usage of each mold automatically.  The software will notify the staff when there is any mold which is close the expired period.

This allows complete automated wireless identification of each mold without impacting the existing production processes.  As the mold pass through a RFID reader, the associated information of particular mold will be passed for further process.  For example, the RFID reader at the mold store room will enable us to know the type of mold being used in each production order and increase the visibility on the number of mold in stock.  This will enable us to make a plan on the type of mold in stock.  In addition, the reader at the working station will automatically count the frequency of mold usage.  We can avoid using the expired mold to avoid product damage.

Benefits

  • No manual operation is required
  • Provides error free in data gathering process.  Automatic identification and notification whenever any mold is close to expired period.
  • Increase the visibility on the mold in stock
  • Reduce the product damage resulting from using the expired mold

Applications:

  • Mold management

Case: Thai Beverage Can Phase I

CHALLENGE: AUTOMATE TRUCK TRACKING

Thai Beverage Can PLC (TBC) would like to improve its truck tracking operation.  When the truck enters the site, TBC would like to know truck status upon arrival so that the further processes such as loading or etc can be prepared in advance.  TBC also would like this process to be done automatically. 

SOLUTION

To improve this operation, TBC needs a tool to automate truck tracking operation which is RFID technology. Each truck is tagged with an industrial passive RFID tag.  The tags are read automatically with the RFID reader located at the entrance and exit.  After reading by the readers, the truck information is forwarded to data base application for further process.  The staff at the warehouse will be informed for the truck arrival so that they can prepare the loading in advance. 

With the RFID solution, TBC is able to increase fleet visibility and improve his warehouse loading operation.  By monitoring, TBC is also possible to gain important data about fleet operation. 

RESULTS

  • Give real time information about the fleet arrival and exit without human input
  • Improve loading operation
  • Information is digitalized in measurable format, while makes it possible to monitor and improve operation.

RFID TUNNEL

Description

When there is a need for massive readings, RFID tunnel is the productive solution.  The main feature of the RFID tunnel is to quickly identify large numbers of RFID tagged objects simultaneously by passing the objects through the tunnel.  It is developed to read boxes with RFID tags inside.  The antenna configurations maximize reading inside and minimize reading outside of the tunnel.  All the information captured is displayed on the control screen which can be used to correctly direct your product

How it works

The RFID tunnel is developed for industrial automation applications.  We have employed a long range RFID reader with multiple antennas for RFID tunnel.  The reader is connected through the system via LAN network in order to ensure data communication.  All the reading information captured is displayed on any PCs which are connected the RFID tunnel. The tunnel can verify the discordances between the reading result with the quantities indicated by the system.  There is the possibility of installing photo sensors for multiple logic control of RFID readers and do the automatic conveyor system.

  • Protocols: EPC C1G2
  • Frequency: UHF 920-925 Mhz
  • Antenna: Circular
  • Computer interface: TCP/IP

Benefits

  • Reduce scanning time in each box.
  • High reading ability
  • Real time
  • Early error detection. Automate compare the physical products with the items listed in the document to confirm product delivery.

Applications:

  • Fashion
  • Medical product